:: ขึ้นลิฟท์ความสุขไปกับ 7 ภาคี มหาวิทยาลัยแห่งความสุข “มหิดล”
   วันที่ 04 มิ.ย. 2561 | จำนวนผู้เข้าชม 273 ครั้ง |

 

               “มหิดล” เดินหน้าขับเคลื่อน “มหาวิทยาลัยแห่งความสุข” ไปอีกล็อตใหญ่ หลังเสร็จสิ้นภารกิจการประชุมติดตามกิจกรรมสร้างสุขของ 7 ภาคีนำร่อง มหาวิทยาลัยมหิดลแห่งความสุข ครั้งที่ 3 เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม 326 (ห้องราชาวดี) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

               โดยคาดว่าจะใช้เวลาหลังจากนี้อีกราว 1-2 เดือน สรุปผลการดำเนินงานภาพรวมของมหาวิทยาลัยแห่งความสุขต้นแบบ เพื่อนำไปปรับใช้และแบ่งปันวิธีสร้างสุขให้ทั่วถึงกัน ในภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ

                โครงการนี้ได้รับความร่วมมืออย่างแข็งขันจาก 7 ส่วนงานภาคีนำร่อง จากทั้งหมด 35 ส่วนงานในมหาวิทยาลัยมหิดล โดย 7 ผู้กล้าที่ไม่ต่างอะไรกับ the X-Men ได้แก่ วิทยาลัยการจัดการ, คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, คณะพยาบาลศาสตร์, คณะเภสัชศาสตร์ฐ, สถาบันวิจัยประชากรและสังคม, สถาบันโภชนาการ หอสมุดและคลังความรู้

                “มหิดลเห็นถึงความสำคัญของความสุขคนทำงาน จึงพยายามมุ่งเน้นทำกิจกรรมที่จะเข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุนความสุขของคนทำงานให้ได้มากที่สุด โดยเราตั้งงบประมาณให้ส่วนงานละ 10,000 บาทต่อปี ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก เพราะเราไม่อยากให้กิจกรรมสร้างสุขถูกวิ่งด้วยเงิน แต่อยากให้มาจากความคิดสร้างสรรค์ ความร่วมแรงร่วมใจกันที่จะสร้างบรรยากาศในที่ทำงาน ให้มีสุขร่วมกัน และอยู่ด้วยกันอย่างผาสุกมากกว่า” สุภรต์ จรัสสิทธิ์ ผู้บริหารโครงการมหาวิทยาลัยแห่งความสุข ระบุ

                โจทย์ใหญ่ของการสร้างเสริมมหาวิทยาลัยแห่งความสุข คือการออกแบบกิจกรรมเพื่อ “ลด” จุดอ่อน “เพิ่ม” จุดแข็ง โดยไล่คะแนนไปแต่ละมิติความสุขของ HAPPINOMETER ที่แบ่งเค้กความสุขออกเป็น 4 ก้อนคือ ความสุขอยู่ในขั้นต่ำกว่าเป้าหมายมากที่สุด (คะแนน very unhappy 0.00-24.99)  ความสุขอยู่ในขั้นต่ำกว่าเป้าหมาย (คะแนน unhappy 25.00-49.99) ความสุขอยู่ในขั้นตามเป้าหมาย (คะแนน happy 50.00-74.99) และ ความสุขอยู่ในขั้นเกินเป้าหมาย (คะแนน very happy 75.00-100)

                “สถาบันโภชนาการ” เป็นส่วนงานที่มีเวลาว่างน้อย ง่วนกับการทำงานเพื่อให้คนในสังคมได้มีสุขภาวะที่ดี จนลืมดูตัวเองไปว่า เป็นหน่วยงานหนูถีบจักรที่มีเวลาผ่อนคลายน้อย (happy relax) จึงได้แตะเบรกตัวเอง ด้วยการออกแบบกิจกรรมร้อยมาลัย และจัดดอกไม้ ดึงตัวเองจากความตึงเครียดเข้าสู่สภาวะผ่อนคลาย ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเทใจให้คะแนนความพึงพอใจมากถึง 80% ซึ่งหลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการจัดดอกไม้ ก็จะขยายผลกิจกรรมไปสู่โครงการกินไป ร้องไป เพื่อความผ่อนคลาย และให้เข้าคอนเซ็ปต์กับสถาบันโภชนาการ

                “หอสมุดและคลังความรู้” เป็นอีกส่วนงานที่ตกที่นั่งลำบากเรื่องผ่อนคลายดี (happy relax) เลยตัดสินใจผันตัวเองจากหน่วยงานเนิร์ดๆ มาเป็นเด็กกิจกรรม เดินวิ่งออกกำลังเพื่อสุขภาพ แถมท้ายด้วยกิจกรรมดนตรีสบายๆ สไตล์ห้องสมุด ใช้ดนตรีบำบัด เปิดทางให้สมองส่วน ไฮโพทาลามัส (hypothalamus) ได้ขยันทำงานมากขึ้น ซึ่งได้รับกระแสตอบรับความพึงพอใจมากถึง 88%

                “คณะพยาบาลศาสตร์” เป็นคณะดาวรุ่งที่ถูกปลูกฝังมาให้รักผู้คนดูแลผู้อื่น แต่อาจจะมากเกินไป จนหลงลืมดูแลตัวเอง คณะนี้เอาตัวไม่รอดในสองมิติคือ ผ่อนคลายดี (happy relax) และการเงินดี (happy money) เลยต้องสปริงตัวเองหันมาทำกิจกรรมกันชุดใหญ่ เช่น clean food, good health กิจกรรมตักบาตร กิจกรรมแอโรบิก และกิจกรรมสวนสวยในขวดแก้ว เป้าหมายเพื่อสร้างความผูกพัน ปันความสุข รับมือสู้กับวันที่เหนื่อยล้า และวันที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง

               จากการติดตามการดำเนินกิจกรรมของทุกคณะในช่วงที่ผ่านมา พบว่า สามารถยกระดับความสุขของบุคลากรภายในคณะและหน่วยงาน ทำให้เกิดความสามัคคีในการทำงาน อีกทั้งยังส่งผลทางอ้อมทำให้เกิดผลิตภาพที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น ความรู้สึกมั่นคงในการทำงาน ความสุขในการออมเงิน หรือเห็นเงินเพิ่มขึ้นทุกเดือน ความเอื้อเฟื้อในที่ทำงาน และความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เป็นต้น

                จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการไปช่วยกันเขย่าต่อมคิดต่อ ให้เกิดกิจกรรมสร้างสรรค์ ที่ทำให้เกิดความสุขยั่งยืน และเพิ่มพูนผลิตภาพในระยะยาว...

 

นิยาม “มหาวิทยาลัยแห่งความสุข” ของ ‘นักสร้างสุข’

    

           

 

 

 

 

 

 

     

            “มหาวิทยาลัยแห่งความสุขคือ การที่เราเข้ามาแล้วรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับมหาวิทยาลัย ได้ทำกิจกรรม ได้แบ่งปันความสุขร่วมกับคนอื่น”

                - วันวิสา บัวบาน

                คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยมหิดล

 

            “มหาวิทยาลัยแห่งความสุขคือ ที่ทำงานที่ทุกคนแฮปปี้ ตื่นมาแล้วอยากมาทำงาน ทำให้ทุกวันสดใส”

                - ศรัณย์ ธรรมทักษิณ

               หอสมุดและคลังความรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

            “มหาวิทยาลัยแห่งความสุขคือ ที่ทุกคนมีความสุข ไม่เฉพาะคนใดคนหนึ่ง เป็นองค์กรแห่งความสุข เราอยู่ส่วนงานไหน ก็มีความสุข รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน”

                - รัตนศิริ เจริญสุข

                คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

            “มหาวิทยาลัยแห่งความสุขคือ การที่ทุกคนทำงาน แม้ว่างานจะเยอะ แต่ก็ยินดีที่จะทำงาน ต่อให้งานเยอะแค่ไหน ภาระงานมากแค่ไหน เครียดแค่ไหน แต่ก็ยินดีทำงานอย่างมีความสุข”

                - วราวรรณ ฐาปนธรรมชัย

                สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

 

            “มหาวิทยาลัยแห่งความสุขคือ มหาวิทยาลัยที่บุคลากรในองค์กรแห่งนี้ ทำงานอย่างมีความสุข เข้ามาไม่ว่าเป็นใคร เข้ามาแล้วต้องมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นด้านของการทำงาน หรือการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย”

                - ชญานุตม์ นิรมร

                คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

            “มหาวิทยาลัยแห่งความสุขคือ มหาวิทยาลัยที่คนในองค์กรมีความสุขที่จะมาทำงาน ความสุขสร้างได้จากทุกสิ่งรอบตัว แค่ทำงานเสร็จก็มีความสุขแล้ว”

                - ชมพร กิจปรีชาวนิช

                วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

            “มหาวิทยาลัยแห่งความสุขคือ ที่ทำงานที่อยากมาทำงานตลอดเวลา มีความสุขที่ได้มา และตั้งใจทำงานเพื่อให้คนข้างนอกมีความสุข ตามปณิธานของมหิดล ตัวเราเองก็มีความสุข”

                - วีรชาติ ศรีจันทร์

                สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

 

 

โครงการ การพัฒนาสร้างเสริมความสุขคนทำงานเพื่อความยั่งยืน โดยการดำเนินงานในรูปแบบ “ศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย”
(Healthy Workplace for All: Thailand Centre for Happy Worker Studies: TCHS)

             สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
 999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
 โทรศัพท์ 02-441-0201-4 ต่อ 536  (คุณพัจนันท์ ศิริรัตน์มงคล)  หรือ 02-441-0201-4 ต่อ 520  (คุณสุภาณี ปลื้มเจริญ)


Admin
www.free-counter-plus.com