:: ‘ชีวิตคี่’ มีโอกาสน็อต หลุดมากกว่า ‘ชีวิตคู่’
   วันที่ 10 พ.ค. 2561 | จำนวนผู้เข้าชม 426 ครั้ง |


“การทำงานและครอบครัว เป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิต งานทำให้คนมีความนับถือตัวเอง ช่วยเพิ่มฐานะทางเศรษฐกิจ ส่วนครอบครัวเป็นสถาบันที่ช่วยฟูมฟักให้เป็นคนดี และสร้างแรงขับให้คนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน”
- ผศ.ดร.จรัมพร โห้ลำยอง


ในยุคที่คนโสดกันเป็นว่าเล่น ชนิดที่ว่าถ้าลองขยำกระดาษ A4 เป็นก้อนกลมๆ แล้วปาออกไปใส่สังคมคนทำงาน รับรองว่า ต้องปาถูกคนโสดแน่ๆ

ถึงแม้บริษัทส่วนใหญ่จะนิยมรับคนโสดเข้าทำงาน มากกว่าคนที่มีครอบครัวแล้ว เหตุผลเพราะ คนโสดไร้พันธะ โอกาสที่จะ “ทุ่มสุดตัว” ให้กับงานย่อมมีสูงกว่า

แต่ตราบเท่าที่เหรียญมีสองด้าน การทำงานแบบ no limit ชีวิตคนโสดทั้งหลายของออเจ้า ทำให้บรรดาคนโสดๆๆ อยู่ตรงนี้ ต่างเหนื่อยล้าจากการทำงาน และสะบักสะบอมกลับบ้านราวกลับจากสนามรบ


ผศ.ดร.จรัมพร โห้ลำยอง นักวิจัยจาก ศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย (TCHS) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล นำเสนองานวิจัยที่อาจเรียกเสียง “เฮ!!” จากกลุ่มประชากรใกล้คืบคาน (ทอง) ภายใต้หัวข้อ “Proud to be single, Proud to be a widow, And no Burn out at Work!” 

ดูเผินๆ เหมือนยุให้โสดหรือตกพุ่มหม้าย กันต่อไป (อย่ายอมแพ้) แต่แท้ที่จริงๆ แล้ว งานวิจัยชิ้นนี้พยายามส่งสัญญาณถึงบรรดาผู้ประกอบการว่า อย่าปล่อยให้คนทำงานครองตัวเป็นโสด หรือเป็นหม้าย อีกต่อไป บริษัทควรหา “กลไก” หรือให้การสนับสนุนเขาและเธอเหล่านั้นให้ได้โอกาสมีคู่ เพื่อ “เติมเต็ม” พลังพิเศษ ในการเพิ่ม “ผลิตผล” (productivity) ให้องค์กร

“การสนับสนุนทางด้านอารมณ์จากครอบครัว จะช่วยให้พนักงานก้าวหน้าในอาชีพมากขึ้น มีคนทำงานจำนวนไม่น้อยที่อยู่ด้วยกันทั้งแบบแต่งและไม่ได้แต่ง แต่ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน หรือบางครอบครัวหย่าร้าง เป็นหม้าย เป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน แต่ได้กำลังใจจากครอบครัว ทำให้มีแรงสู้ต่อ”

งานวิจัยชิ้นนี้ใช้ แบบสอบถาม HAPPINOMETER 2016 เป็นเครื่องมือตรวจวัดสุขภาพความสุข จากกลุ่มตัวอย่าง 55,936 คน ใน 78 องค์กร พบว่า คนโสดมีประสบการณ์เหนื่อยล้าจากการทำงาน มากกว่าคนที่มีคู่
โดยมี 3 นัยยะทางสถิติที่สำคัญคือ
      1. เป็นการเหนื่อยล้าทางด้านอารมณ์ 
      2. รู้สึกถึงคุณค่าที่ลดลงของความเป็นมนุษย์ ไม่ไว้วางใจคนอื่น และรู้สึกว่ามนุษย์ไม่โอเค
      3. ผลิตภาพในการทำงานลดต่ำลง

นอกจากนี้ ถ้ามองปัจจัยทางด้านเพศ ผู้ชายหย่าร้าง มีแนวโน้มจะล้าจากการทำงานมากกว่าคนที่แต่งงาน ขณะที่แม่เลี้ยงเดี่ยวกลับมีระดับของความเหนื่อยล้า พอๆ กับคนที่มีครอบครัว

“ครอบครัวสามารถช่วยคนในทางอ้อม ทำให้ประสบความสำเร็จในที่ทำงานได้ สร้างแรงบันดาลใจให้คนงานมีประสิทธิผลมากขึ้น ขณะที่การเป็นหม้ายและหย่าร้าง อาจมีผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองฝ่าย”

สำหรับประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น
     - การศึกษาน้อย มีระดับความเครียดมากกว่าการศึกษาสูง
     - ระยะเวลาการจ้างงาน อายุงานมากมีความเหนื่อยล้า น้อยกว่าคนอายุงานน้อย
     - ผู้ชายหม้ายและมีลูก จะเหน็ดเหนื่อยกว่าผู้หญิงหม้ายที่มีลูก
     - การเลื่อนตำแหน่งถ้าไม่ยุติธรรมก็มีผลต่อความเหนื่อยล้า
     - ถ้างานไม่ตรงกับวิชาชีพที่เรียนมา ก็มีโอกาสเหนื่อยล้าสูง

ผศ.ดร.จรัมพรกล่าวว่า เมื่อการเหนื่อยล้ามีผลทำให้ผลิตผลขององค์กรลดลง ผู้นำควรจะมีกลยุทธ์การบริหารคนที่ยืดหยุ่น ทำให้คนทั้งโสดและไม่โสดสนิทมาเจอกัน

“ถ้าเราสร้างบรรยากาศการทำงานที่ยืดหยุ่น ทั้งในระดับแผนก สังคม และชุมชน ให้บรรดาคนโสด และคนกลับมาโสดแบบไม่ได้ตั้งใจ ได้คลุกคลีกับคนอื่นมากขึ้น จะทำให้ล้าน้อยลง”

เธอสรุปวรรคทอง ที่ทำให้คนโสดยิ้มไม่หุบว่า จะเป็นการดีมากๆ เลย ถ้าบริษัทสนับสนุนให้พนักงานโสดได้แต่งงาน จะได้ช่วยเพิ่มประชากรให้ประเทศ และเพิ่มผลิตผลให้บริษัท 

 

เรียบเรียงจากการประชุมวิชาการนานาชาติ วันความสุขสากล 20 มีนาคม 2561 “Happiness in Asian Context” หัวข้อบรรยาย “Proud to be single, Proud to be a widow, And no Burn out at Work!” จัดโดย ศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สสส. วันอังคารที่ 20 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม the AETAS Bangkok ซ.ร่วมฤดี กรุงเทพฯ
 


Proud to be Single. Proud to be a Widow. And no Burn out at Work!
[Charamporn Holumyong]
Emotional support from their families can help workers advance in their occupation.  Marriage or cohabitation with a romantic partner is a motivating force for workers to perform their jobs efficiently and effectively. Conversely, divorce and single parenthood can add significant stress to one’s work life. This objective of this research is to study the impact of marital status on burnout in the workplace.  Multiple linear regression was applied to a sample of 55,936 workers from 78 organizations in Thailand. This study found that single workers reported experiencing job burnout more often that those currently married, and this relationship was significant for three dimensions of stress: emotional exhaustion, cynicism, and inefficacy.   In addition, divorced men were more prone to burnout than their married counterparts. In any case, divorce was not necessarily a predictor of job burnout. Indeed, single mothers who had experienced a divorced were no more likely to experience burnout than their married counterparts.
 


โครงการ การพัฒนาสร้างเสริมความสุขคนทำงานเพื่อความยั่งยืน โดยการดำเนินงานในรูปแบบ “ศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย”
(Healthy Workplace for All: Thailand Centre for Happy Worker Studies: TCHS)

             สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
 999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
 โทรศัพท์ 02-441-0201-4 ต่อ 536  (คุณพัจนันท์ ศิริรัตน์มงคล)  หรือ 02-441-0201-4 ต่อ 520  (คุณสุภาณี ปลื้มเจริญ)


Admin
www.free-counter-plus.com