:: ใช้ ‘แฮปปี้โนมิเตอร์’ เช็คสุขภาพความสุข ก่อนเผชิญปัญหาสุขภาพจิต
   วันที่ 07 พ.ค. 2561 | จำนวนผู้เข้าชม 376 ครั้ง |

 

            ผลสำรวจของ “กรมสุขภาพจิต” ล่าสุด ระบุชัดว่า คนกรุงเทพฯ ป่วยจิตเวช และเข้าข่ายมีปัญหาสุขภาพจิตมากกว่า 5 แสนคน จากประชากรตามหลักฐานทะเบียนราษฎรรวมกันประมาณ 10 ล้านกว่าคน (ข้อมูลเดือนธันวาคม ปี 2555)

            สาเหตุหลักมาจากสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพจิตของคนในสังคม โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากับความเครียด การรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี มลพิษทางอากาศ ความเร่งรีบระหว่างเดินทาง ความเครียดสะสมจากการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน

            ผลสำรวจของกรมสุขภาพจิตล่าสุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนในกรุงเทพฯ อายุ 18 ปีขึ้นไป ป่วยทางจิตเวช และมีปัญหาสุขภาพจิต 11.5%  หรือประมาณ 5.2 แสนคน ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลย หลายคนเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองเพื่อหลีกหนีจากสารพันแรงบีบคั้น จากข่าวคราวที่เราพบเห็นได้บ่อยครั้งผ่านสื่อต่างๆ

            เราต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า โลกนี้เป็นทุกข์ เราทุกคนต่างเป็นเด็กขี้แยที่ร้อง “อุแว๊ๆ” ตั้งแต่เกิด ไม่มีเด็กคนไหนเกิดมาพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักๆ “ดีใจที่ฉันได้เกิด” เมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องทุกข์ทุกข์เพราะหิว ทุกข์เพราะไม่สมหวัง ทุกข์เพราะเจ็บป่วย และสารพัดความทุกข์ที่บรรยายไม่หมด

            ยิ่งเติบใหญ่เราต่างต้องยิ่งเรียนรู้ว่า การอยู่ร่วมกับทุกข์ได้อย่างปกติสุขคือ การทำให้ทุกข์ลดลง ด้วยการทำทุกอย่างให้เราได้มีโอกาสสุขมากขึ้น และพาตัวเองให้ห่างไกลจากภาวะเรื้อรังทางจิต

            เครื่องมือวัดความสุขด้วยตนเอง “HAPPINOMETER” เป็นแนวคิดง่ายๆ ที่จะทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น เหมือนกับการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ภายใต้ 8+1 ตัวชี้วัด ถ้าเดือนไหนติดตัวแดง ต้องรีบแก้ไขโดยด่วน ก่อนที่ตัวแดงจะสะสม และทำให้เราต้องกลายเป็นหนึ่งใน 5 แสนของคนกรุง ที่มีปัญหาสุขภาพจิต

            ข้อตกลงเบื้องต้นของการใช้เครื่องมือ HAPPINOMETER มีด้วยกัน 4 ข้อคือ

            1. ความสุขของบุคคลเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพียงแต่มากหรือน้อย ช้าหรือเร็ว HAPPINOMETER สามารถวัดได้เป็นความสุขระยะสั้นรายไตรมาส

            2. เป็นเครื่องมือวัดความสุขระดับบุคคล โดยมุ่งไปที่คนทำงานแต่ละคน แต่สามารถให้ภาพรวมสถานการณ์ความสุขของคนทำงานในระดับองค์กรได้

            3. เป็นเครื่องมือซึ่งใช้ประเมินประสบการณ์ด้านอารมณ์ และระดับความชื่นชอบชีวิตโดยรวมของบุคคลทั้งทางบวกและลบ

            4. เป็นเครื่องมือวัดความสุขระดับบุคคล ซึ่งประเมินจากองค์ประกอบคุณภาพชีวิตและความสุข 9 มิติ 56 ตัวชี้วัด

            โดยคำอธิบายในแต่ละมิติ ได้แก่

            1. สุขภาพดี หมายถึง การที่บุคคลมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สมส่วน มีพฤติกรรมการบริโภคที่ปลอดภัย มีความพึงพอใจสภาวะสุขภาพกายของตนเอง

            2. ผ่อนคลายดี หมายถึง การที่บุคคลสามารถบริหารเวลาในแต่ละวัน เพื่อการพักผ่อน ได้อย่างมีคุณภาพ พอใจกับการบริหารจัดการปัญหาของตนเอง และทำชีวิตให้ง่ายๆ สบายๆ

            3. น้ำใจดี หมายถึง บุคคลมีจิตสาธารณะ มีส่วนร่วมในการสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม และมีเมตตากับคนรอบข้าง

            4. จิตวิญญาณดี หมายถึง การที่บุคคลตระหนักถึงคุณธรรม และศีลธรรม รู้แพ้ รู้ชนะ รู้จักให้ และมีความกตัญญูรู้คุณ

            5. ครอบครัวดี หมายถึง การที่บุคคลมีความรู้สึกผูกพัน เชื่อใจ มั่นใจ และอุ่นใจกับบุคคลในครอบครัวของตนเอง

            6. สังคมดี หมายถึง  การที่บุคคลมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนบ้าน ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ไม่เอาเปรียบผู้คนรอบข้าง ไม่ทำให้สังคมเสื่อมถอย

            7. ใฝ่รู้ดี หมายถึง การที่บุคคลมีความตื่นตัว กระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อปรับตัวให้เท่าทัน และตั้งรับการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และพอใจที่จะแสดงความทันสมัยอยู่เสมอ

            8. สุขภาพเงินดี หมายถึง การที่บุคคลมีวินัยในการใช้จ่ายเงิน มีความสามารถและพึงพอใจในการบริหารจัดการ ระบบการรับ-จ่าย และออมเงินในแต่ละเดือน

            9. การงานดี หมายถึง การที่บุคคล มีความสบายใจในที่ทำงาน มีความรัก ความผูกพัน และความภาคภูมิใจในองค์กร มีความมั่นใจในอาชีพรายได้ และมีความพึงพอใจกับความก้าวหน้าของตนเองในองค์กร

          ประโยชน์ของ HAPPINOMETER คือ เป็นเครื่องมือวัดความสุขของคนทำงานในองค์กร และคนทั่วไปที่ใส่ใจความสุขมากกว่าความทุกข์ สามารถนำผลที่ได้ ไปพัฒนาสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของตัวเองได้ทันที ขณะที่องค์กรสามารถใช้เป็นเครื่องมือสำรวจ ติดตามประเมินผลคุณภาพชีวิต และความสุขของบุคลากรในองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง

            โดยค่าคะแนนเฉลี่ยระดับความสุข แบ่งเป็น 4 ระดับคือ (1) ความสุขอยู่ในขั้นต่ำกว่าเป้าหมายมาก 0.00-24.99 (2) ความสุขอยู่ในขั้นต่ำกว่าเป้าหมาย 25.00-49.99 (3) ความสุขอยู่ในขั้นตามเป้าหมาย 50.00-74.99 (4) ความสุขอยู่ในขั้นเกินเป้าหมาย 75.00-100.00

            สนใจเข้าไปโหลดแอพ HAPPINOMETER ได้ในระบบแอนดรอยด์ โดยเลือกไอคอน Google Play แล้วค้นคำว่า happinometer ติดตั้งโปรแกรม และเข้าสู่ขั้นตอนการวินิจฉัยความสุขเบื้องต้นด้วยตัวคุณเอง

            ได้คะแนนเท่าไหร่ ไม่ต้องไปอวดใคร แค่อวดกะใจตัวเองก็พอว่า วันนี้ฉันมีความสุข “ดีพอ” และ “พอดี” ที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข โดยไม่ต้องไปเพิ่มจำนวนคนป่วยจิตเวช 11.5% ของคนกรุงเทพฯ แล้วหรือยัง?

 

ขอขอบคุณ ภาพประกอบจาก pixabay.com

 

 

 

โครงการ การพัฒนาสร้างเสริมความสุขคนทำงานเพื่อความยั่งยืน โดยการดำเนินงานในรูปแบบ “ศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย”
(Healthy Workplace for All: Thailand Centre for Happy Worker Studies: TCHS)

             สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
 999 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
 โทรศัพท์ 02-441-0201-4 ต่อ 536  (คุณพัจนันท์ ศิริรัตน์มงคล)  หรือ 02-441-0201-4 ต่อ 520  (คุณสุภาณี ปลื้มเจริญ)


Admin
www.free-counter-plus.com